เอ้า.....วาย เอ็ม ซี เอ..... วาย เอ็ม ซี เอ.....(ร้องให้เป็นเพลง YMCA ด้วยนะครับ) หรือไม่ก็ เอ้า...อะ เซ เด เฮ้...อา ฮ่า.... ก็ได้ (ผมร้องได้เฉพาะท่อนสร้อยน่ะครับ) เหล่านี้เป็นเพลงประจำของบรรดา คอเบียร์ และขาเต้น นอกเหนือจากเพลงพื้นเมือง (ลูกทุ่ง) ของเยอรมัน ที่มีวงดนตรีเล่นกันสด ๆ ในเต๊นท์เบียร์ขนาดใหญ่ในงาน
อ๊อกโทเบอร์เฟส (Oktoberfest) ที่เมือง มิวนิค หรือ มึนเช่น Muenchen ครับ เขาเปิดกันทุกเต๊นท์ ไม่ว่าจะเป็น เต๊นท์ของ Loewenbraue, Paulaner, Augustiner และอีกหลาย ๆ ยี่ห้อ ที่มีต้นกำเนิดที่รัฐบาวาเรีย หรือที่รู้จักกันในนาม รัฐบาเยิน (จากชื่อ ทีมบอลบาเยินมิวนิค นั่นแหละครับ)
วันนี้ (17 กันยายน 2005) เป็นวันแรกของงาน Oktoberfest 2005 ซึ่งเป็นปกติที่เขาจะเริ่มงาน กันตั้งแต่อาทิตย์ที่สองของเดือนกันยายน แล้วมีงานติดต่อกันเรื่อยไปเป็นเวลา ๒ อาทิตย์ จบกันที่ต้นเดือนตุลาคม...
แม้แต่ก่อนนานมาเขาจะ... จัดกันในเดือนตุลาคมจริง ๆ แต่ด้วยปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศ ที่เริ่มเปลี่ยน หน้าหนาวมาเร็วขึ้น หากจัดเดือนตุลา ทางผู้จัดเขาก็เลยเกรงว่า แขกเหรื่อจะร่อยหรอเพราะความหนาวเข้ากระดูกดำ หรือไม่ก็ คอเบียร์นอนตายกันระเนระนาด เพราะเผลอหลับข้างถนน เขาก็เลยเลื่อนเวลาจัดเข้ามาในเดือนกันยายนครับ แล้วไปจบคาบไว้กับ ตุลาสักหน่อยจะได้ยังเป็น อ๊อกโทเบอร์เฟส แหะ ๆ สงสัยเขาขี้เกียจเปลี่ยนเป็น เซพเทมเบอร์เฟส น่ะครับ มันไม่ติดหู ว่างั้น
งานนี้ผมเลยเอา ประวัติของงานมาเล่าสู่กันฟัง ให้เข้ากับบรรยากาศงานเฉลิมฉลองของประชาชน (Volksfest) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมันงานนี้ กันสักหน่อย ว่าเขามีที่มา ที่ไปกันยังงายยยย
Oktoberfest เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 ครับ จริง ๆ แล้ว ในครั้งแรกนี้ เขาจัดกันขึ้นก็เพื่อเฉลิมฉลอง การอภิเษกสมรส ระหว่างมงกุฎราชกุมาร Ludwig (Kronprinz Ludwig ซึ่งก็คือ พระเจ้า Ludwig ที่ 1 หรือ Koenig Ludwig I ในเวลาต่อมา) กับ เจ้าหญิง Therese แห่ง Sachsen-Hildburghausen เป็นงานยิ่งใหญ่ที่เชิญประชาชนชาวเมืองมิวนิคทั้งหลาย (Muenchen) มาร่วมด้วย
งานจัดขึ้นที่ประตูเมืองมิวนิคด้านที่ตั้งอยู่บนทุ่งหญ้า หรือ ที่ภาษาเยอรมันเรียกว่า Wiese (อ่านว่า วี-เซอร์) ครับ และนับจากงานครั้งนั้นมา ประตูเมืองนี้ ก็เลยมีชื่อตามชื่อเจ้าสาวซะเลยว่า Theresienwiese (เท-เร-เซียน-วี-เซอร์) (ปัจจุบัน ใครนั่งรถไฟใต้ดินไปเที่ยวงานอ๊อกโทเบอร์เฟส ก็ต้องขึ้นที่ป้าย Theresienwiese นี้เอง)
หลังจบพิธีอภิเษกสมรสแบบเป็นทางการแล้ว ทางสำนักราชวังยังได้จัดให้มีการแข่งม้า (Pferderennen) เพื่อให้ความบันเทิง กับบรรดาราชนิกูล และประชาชนแห่งรัฐบาเยินได้ชมกันด้วย แถมมีมติออกมาด้วยนะครับว่า......
โห๊ะ ๆ ๆ ๆ ใครอยากอ่านเรื่องราวงาน อ๊อกโทเบอร์เฟส เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเยอรมัน เชิญจิ้มเข้าไปที่ลิงค์ นี้นะคร๊าบบบบบบ
อ๊อกโทเบอร์เฟส....เอ้า... โพรสสสสสท์...เอิ๊ก ๆ ๆ เอื๊อก ๆ ๆ
edit @ 2005/09/17 09:41:05
อ๊อกโทเบอร์เฟส (Oktoberfest) ที่เมือง มิวนิค หรือ มึนเช่น Muenchen ครับ เขาเปิดกันทุกเต๊นท์ ไม่ว่าจะเป็น เต๊นท์ของ Loewenbraue, Paulaner, Augustiner และอีกหลาย ๆ ยี่ห้อ ที่มีต้นกำเนิดที่รัฐบาวาเรีย หรือที่รู้จักกันในนาม รัฐบาเยิน (จากชื่อ ทีมบอลบาเยินมิวนิค นั่นแหละครับ)
วันนี้ (17 กันยายน 2005) เป็นวันแรกของงาน Oktoberfest 2005 ซึ่งเป็นปกติที่เขาจะเริ่มงาน กันตั้งแต่อาทิตย์ที่สองของเดือนกันยายน แล้วมีงานติดต่อกันเรื่อยไปเป็นเวลา ๒ อาทิตย์ จบกันที่ต้นเดือนตุลาคม...
แม้แต่ก่อนนานมาเขาจะ... จัดกันในเดือนตุลาคมจริง ๆ แต่ด้วยปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศ ที่เริ่มเปลี่ยน หน้าหนาวมาเร็วขึ้น หากจัดเดือนตุลา ทางผู้จัดเขาก็เลยเกรงว่า แขกเหรื่อจะร่อยหรอเพราะความหนาวเข้ากระดูกดำ หรือไม่ก็ คอเบียร์นอนตายกันระเนระนาด เพราะเผลอหลับข้างถนน เขาก็เลยเลื่อนเวลาจัดเข้ามาในเดือนกันยายนครับ แล้วไปจบคาบไว้กับ ตุลาสักหน่อยจะได้ยังเป็น อ๊อกโทเบอร์เฟส แหะ ๆ สงสัยเขาขี้เกียจเปลี่ยนเป็น เซพเทมเบอร์เฟส น่ะครับ มันไม่ติดหู ว่างั้น
งานนี้ผมเลยเอา ประวัติของงานมาเล่าสู่กันฟัง ให้เข้ากับบรรยากาศงานเฉลิมฉลองของประชาชน (Volksfest) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมันงานนี้ กันสักหน่อย ว่าเขามีที่มา ที่ไปกันยังงายยยย
Oktoberfest เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 ครับ จริง ๆ แล้ว ในครั้งแรกนี้ เขาจัดกันขึ้นก็เพื่อเฉลิมฉลอง การอภิเษกสมรส ระหว่างมงกุฎราชกุมาร Ludwig (Kronprinz Ludwig ซึ่งก็คือ พระเจ้า Ludwig ที่ 1 หรือ Koenig Ludwig I ในเวลาต่อมา) กับ เจ้าหญิง Therese แห่ง Sachsen-Hildburghausen เป็นงานยิ่งใหญ่ที่เชิญประชาชนชาวเมืองมิวนิคทั้งหลาย (Muenchen) มาร่วมด้วย
งานจัดขึ้นที่ประตูเมืองมิวนิคด้านที่ตั้งอยู่บนทุ่งหญ้า หรือ ที่ภาษาเยอรมันเรียกว่า Wiese (อ่านว่า วี-เซอร์) ครับ และนับจากงานครั้งนั้นมา ประตูเมืองนี้ ก็เลยมีชื่อตามชื่อเจ้าสาวซะเลยว่า Theresienwiese (เท-เร-เซียน-วี-เซอร์) (ปัจจุบัน ใครนั่งรถไฟใต้ดินไปเที่ยวงานอ๊อกโทเบอร์เฟส ก็ต้องขึ้นที่ป้าย Theresienwiese นี้เอง)
หลังจบพิธีอภิเษกสมรสแบบเป็นทางการแล้ว ทางสำนักราชวังยังได้จัดให้มีการแข่งม้า (Pferderennen) เพื่อให้ความบันเทิง กับบรรดาราชนิกูล และประชาชนแห่งรัฐบาเยินได้ชมกันด้วย แถมมีมติออกมาด้วยนะครับว่า......
โห๊ะ ๆ ๆ ๆ ใครอยากอ่านเรื่องราวงาน อ๊อกโทเบอร์เฟส เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเยอรมัน เชิญจิ้มเข้าไปที่ลิงค์ นี้นะคร๊าบบบบบบ
อ๊อกโทเบอร์เฟส....เอ้า... โพรสสสสสท์...เอิ๊ก ๆ ๆ เอื๊อก ๆ ๆ
edit @ 2005/09/17 09:41:05